New Zealand

posted on 04 Sep 2011 16:31 by boborizz
ประเทศนิวซีแลนด์(New zealand)
 

ข้อมูลทั่วไป สภาพภูมิประเทศ ประเทศนิวซีแลนด์ ตั้งอยู่ในภาคพื้นแปซิฟิกตอนใต้ กึ่งกลางระหว่างเส้นศูนย์สูตร และขั้วโลกใต้ ห่างจากทวีปอเมริกาไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 10,400 กิโลเมตรห่างจาdประเทศออสเตเลียไปทางตะวันออกประมาณ 1,500 กิโลเมตรและอยู่ห่างเมืองไทยประมาณ 11,000 กิโลเมตรนิวซีแลนด์ประกอบด้วย 2 เกาะใหญ่สำคัญ คือ เกาะเหนือ และเกาะใต้ โดยทั้งสองเกาะสำคัญนี้ถูกขั้นด้วยช่องแคบ Cook โดยพื่นที่รวมทั้งประเทศประมาณ 270,500 ตารางกิโลเมตรมีเมืองหลวงชื่อว่า เวลลิงตัน (Wellington)

สภาพภูมิอากาศ ภูมิอากาศของนิวซีแลนด์เป้นแบบกึ่งเขตร้อนในตอนเหนือ และ แบบเขตอบอุ่นในตอนใต้ สภาพอากาศจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มีฝนชุก และมีลักษณะอากาศที่ไม่หนาวและไม่ร้อนจัด นิวซีแลนด์ประกอบด้วย 4 ฤดู คือ ฤดูร้อน(ธันวาคม-กุมภาพันธ์) ฤดูใบไม้ร่วง (มีนาคน-พฤษภาคม) ฤดูหนาว (มิถุนายน-สิงหาคม) ฤดูใบไม้ผลิ (กันยายน-พฤศจิกายน) เวลา : นิวซีแลนด์ตั้งอยู่ใกล้เส้นแบ่งเวลาสากล (International Date Line) โดยเร็วกว่ามาตรฐานกรีนิช 12 ชั่วโมง และเร็วกว่าประเทศไทยราว 5 ชั่วโมง แต่หากอยู่ในช่วง Daylight Saving Time อยู่ในช่วงเดือนตุลาคม-มีนาคม เวลาจะเร็วกว่าประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีก 1 ชั่วโมงกลายเป็น 6 ชั่วโมง

สกุลเงิน ประเทศนิวซีแลนด์ใช้สกุลเงิน ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZ$) โดย 1 NZ$ สามารถแลกเป็นเงินไทยได้ประมาณ 29 บาท ทั้งนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับอัตราการแลกแปลี่ยนประจำวัน ซึ่งเราสามรถตรวจสอบได้จากธนาคารโดยทั่วไป ปัจจุบันประเทศนิวซีแลนด์มีธนบัตร 5, 10, 20, 50 และ 100 NZ$ ส่วนเหรียญนั้นมีมูลค่าตั้งแต่ 0.20, 0.50, 1 และ 2 NZ$

โทรศัพท์ การติดต่อสื่อสารในนิวซีแลนด์ คนไทยอย่างเราสามารถซื้อบัตรโทรศัพท์ที่ใช้กับตู้โทรศัพท์สาธารณะได้โดยไม่ต้องใช้เหรียญ หากโทร.กลับเมืองไทยก็ตกนาทีละประมาณ 10 เหรียญเท่านั้น โดยบัตรโทรศัพท์ดังกล่าวสามารถหาซื้อได้ทั่วไปและมีอยู่หลากหลายยี่ห้อด้วยกัน

ศาสนา ประชากรส่วนมากในประเทศนิยมนับถือศาสนาคริสต์ ซึ่งประกอบด้วยหลากหลายนิกายดังนี้ Anglican 24.7% , Presbyterian 18.3% , Roman Catholic 15.5% , Methodist 4.8% Baptist 2.1% และศาสนาอื่นๆ 34.6%

ประชากร ประชากาของประเทศนิวซีแลนด์ในปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 4,099,900 คน (สิงหาคม 2548) ประกอบด้วยประชากรเชื้อสายยุโรปประมาณ 70% ชาวพื้นเมืองที่เป็นเมารีประมาณ 17% ชาวเอเชีย 15% และชนกลุ่มน้อยชาวเกาะแปซิฟีกประมาณ 9%

การปกครอง ประเทศนิวซีแลนด์มีการปกครองในระบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาในเครือจักรภพอังกฤษ โดยมีประมุขของประเทศคือ สมเด็จพระราชินีนาถ อลิซาเบธที่ 2 (Queen Elizabeth II ) มีผู้สำเร็จราชการแทนคือ Silvia Cartwright และมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บริหารประเทศ คือ Clark                  

                 

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
 
ธารน้ำแข็งฟรานซ์โจเซฟ (Franz Josef Glacier) และธารน้ำแข็งฟ็อกซ์ (Fox Glacier)
 ธารน้ำแข็งสองสายบนพื้นที่มรดกโลกเขตอุทยานแห่งชาติเวสต์แลนด์ ที่ไหลจากบริเวณหิมะปกคลุมสู่เขตป่าดิบชื้น ซึ่งกล่าวได้ว่าไม่มีที่ใดในโลกแล้วที่สามารถเข้าถึงธารน้ำแข็งได้ในอุณหภูมิปกติเช่นนี้ โดยเราสามารถเข้าชมธารน้ำแข็งดังกล่าวได้จากเส้นทางเดินเท้าที่มีให้เลือกอยู่หลายระดับ และใช้เวลามากน้อยต่างกันไป
 
ต้นกำเนิดบันจี้จัมป์ เอ เจ แฮ็กเก็ตต์ (A J Hackett)
 หลังจาก เอ เจ แฮ็กเก็ตต์ กระโดดจากหอไอเฟลในกรุงปารีส เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือเกี่ยวกับการกระโดดบันจี้ รวมถึงความปลอดภัยของอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระโดด เพียงแค่ 1 เดือน บริษัทของ เอ เจ ก็ได้เริ่มต้นตำนานบทใหม่ของการผจญภัยที่สะพานประวัติศาสตร์เหนือแม่น้ำคาวาราว (Kawarau River) ใกล้ๆ เมืองควีนส์ทาวน์ ซึ่งนับเป็นการโดดบันจี้อย่างเป็นทางการที่แรกในโลกที่ความสูง 43 เมตร ท่ามกลางทิวทัศน์โดยรอบอันงดงาม งานนี้ถ้าได้มานิวซีแลนด์ ต้องแวะมาสัมผัสประสบการณ์เสียวต้นแบบของโลกให้ได้
 
มิลฟอร์ดซาวน์ (Milford Sound)
ผืนน้ำอันเป็นส่วนเว้าของทะเลทาสมัน ซึ่งถูกโอบล้อมไว้ด้วยหุบเขาที่แคบและหน้าผาสูงชันอันเกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็ง จนกลายเป็นทัศนียภาพอันงดงามและแวดล้อมไปด้วยสัตว์หายากอย่างโลมาปากขวด, แมวน้ำพันธุ์ขน หรือเพนกวิน ฟอร์ดแลนด์แห่งนี้คือสิ่งที่ชาวกีวีภูมิใจนักภูมิใจหนาว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลกเลยละครับ
 
ดินแดนพลังงานความร้อนใต้พิภพ ไว-โอ-ทาปุ (Wai-O-Tapu)
สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพที่มีสีสันงดงามและมีรูปแบบหลากหลายที่สุดในนิวซีแลนด์ ตั้งแต่ น้ำพุร้อน บ่อน้ำร้อน เทอร์เรซ (บ่อน้ำพุร้อนที่เป็นระเบียง) บ่อโคลนเดือด น้ำพุโคลน ฯลฯ ซึ่งถือว่าเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ไม่ควรพลาดทีเดียว
 
 เมาท์คุก (Mount Cook)
เมาท์คุก ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติอาโอรากิและเมาท์คุก (Aoraki/Mount Cook National Park) จัดว่าเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศนิวซีแลนด์ซึ่งสูงถึง 3,754 เมตร ทำให้นักปีนเขาจำนวนมากต่างพากันเดินทางมายังเมาท์คุกเพื่อพิชิตยอดเขาแห่งนี้ให้ได้สักครั้งในชีวิต
 
 เมาท์ทารานากิ (Mount Taranaki)
เมาท์ทารานากิ หรือเมาท์เอ็กมอนต์ (Mount Egmont) ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอ็กมอนต์ อุทยานแห่งชาติที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นเป็นลำดับที่สองของประเทศ จัดเป็นภูเขาไฟที่งดงามและมีผู้คนนิยมมาปีนเขามากที่สุดในนิวซีแลนด์ ซึ่งหากใครยังจำภาพยนตร์เรื่อง “มหาบุรุษซามูไร (The Last Samurai)” ได้ ภูเขาลูกนี้ละครับที่รับบทแสดงแทนภูเขาฟูจิในประเทศญี่ปุ่น
 
 
อาหารที่ต้องลอง
 
กุ้งมังกร (Crayfish)
อาหารจานเด็ดที่ชาวนิวซีแลนด์เขาเรียกว่าเครย์ฟิชนั้น ถือเป็นกุ้งมังกรชนิดหนึ่งซึ่งเป็นคนละพันธุ์กับเครย์ฟิชในบางประเทศ โดยเขาจะนำเอากุ้งมังกรที่มีอายุระหว่าง 5-10 ปี มาทำเป็นอาหาร ส่วนรสชาติก็บอกได้คำเดียวว่าอร่อยเป็นที่สุด (เนื้อจะออกหวานๆ)
 
ไวน์ที่มาร์ลโบโรว์ (Marlborough)
ถ้าพูดถึงเรื่องไวน์ ต้องนึกถึงหุบเขาไวราว (Wairau Valley) ในเขตมาร์ลโบโรว์ เพราะเป็นแหล่งปลูกไวน์ที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงมากที่สุดของที่นี่ ซึ่งปัจจุบันนี้มีผู้ประกอบการกิจการไร่ไวน์เกือบ 50 แห่ง โดยมีไร่ไวน์มอนทาน่า (ผู้ผลิตไวน์รายใหญ่ที่สุดของนิวซีแลนด์) เป็นเจ้าแรกที่ริเริ่มนำองุ่นพันธุ์ดีมาปลูกในท้องที่แห่งนี้เมื่อช่วงทศวรรษที่ 1970
 
หอยแมลงภู่เปลือกเขียว (Greenshell Mussel)
นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องกุ้งมังกรแล้ว นิวซีแลนด์ยังขึ้นชื่อเรื่องหอยแมลงภู่ด้วย ถึงขนาดมีเมืองแห่งหอยแมลงภู่เลยทีเดียว (เมืองแฮฟล็อก - Havelock) ซึ่งเมนูอาหารที่นักทานนิยมสั่งกันมีอยู่สองอย่าง ได้แก่ หอยย่าง (Fresh Flats) และ หอยนึ่ง (Fresh Steamers) ทั้งนี้หอยแมลงภู่ย่างจะถูกเสิร์ฟโดยแกะฝาออกเหลือเพียงฝาเดียว เราจึงสามารถนำไปย่างแล้วใส่เครื่องปรุงแบบต่างๆ ได้ ส่วนหอยแมลงภู่นึ่งเขาจะนำไปนึ่งทั้งตัวเลยครับ ก่อนจะยกเสิร์ฟมาเป็นหม้อ เพื่อให้นักชิมลิ้มรสทั้งน้ำและเนื้อไปพร้อมๆ กัน
 
กีวีรสเยี่ยม (Kiwi)
ก่อนหน้านี้กีวีไม่เป็นที่รู้จักของชาวโลกเท่าไหร่ แต่เมื่อพบว่าการเก็บกีวีไว้ในตู้เย็นหรือห้องเย็น สามารถที่จะรักษาคุณภาพกีวีได้นานถึง 6 เดือน จึงทำให้กีวีเป็นที่รู้จักและแพร่หลายมาก ยิ่งในปี ค.ศ. 1998 ได้มีการค้นพบกีวีสีทอง (Zespri Gold Kiwi) ซึ่งมีเนื้อสีเหลืองและรสชาติหวานฉ่ำกว่าเดิมมาทดแทนพันธุ์สีเขียว (Hayward Green Kiwi) ที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวด้วยแล้ว ยิ่งทำให้กีวีกลายเป็นที่นิยมยิ่งขึ้น

 

คำถามทบทวน...

posted on 21 Aug 2011 09:47 by boborizz
1.มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร

ตอบ การนำเสนอข้อมูลหลายๆ รูปแบบพร้อมๆกัน เพื่อส่งเสริมการรับรูและความเข้าใจของผู้รับข้อมูล ปัจจุบันมีการ   พัฒนามัลติมีเดียอย่างต่อเนื่องทำให้มัลติมีเดียมีความสวยงาม สมจริง โต้ตอบหรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้รับข้อมูลมีขนาดไฟล์เล็กลงตลอดจนสามารถพัฒนาให้ใช้งานบนอินเตอร์เน็ตได้

2.การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างไร

ตอบ  ข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์เป็นข้อมูลที่มีความน่าสนใจ โดยที่ข้อมูลนั้นๆสามารถนำเสนอได้ทั้งตัวหนังสือ ภาพ เสียง และยังสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆกับผู้เสนอได้ทันทีและรวดเร็วกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์

3. Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง

ตอบ เป็นโปรเเกรมในการนําเสอนได้ในหลายรูปเเบบ จะเป็นนําเสนอ เเบบเป็นอักษร เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว โดยตัวโปรเเกรมนั้นสามารถนําสือเหล่านี้มารวมกันได้เเละมีประสิทธิภาพมากที่สุด 

4.การเชื่อมโยงภายในและภายนอก  Microsoft PowerPoint แตกต่างกันอย่างไร

ตอบ การเชื่อมโยงภายในคือการสร้างจุดเชื่อโยงไปยังจุดอื่นๆหรือไปยังภาพนิ่งอื่นๆในไฟล์เดียวกัน แต่การเชื่อมโยงภายนอก คือการเชื่อโยงไปยังแหล่งข้อมูลอื่นๆนอกไฟล์งานนำเสนอ

5.นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง

ตอบ  โทรทัศน์ โทรศัพท์  เครื่องพิมพ์ โปรเจคเตอร์

6.นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด

ตอบ  รูปแบบเว็บไซต์ เพราะ มีลูกเล่นที่หลากหลายและสามารถนำมัลติมิเดียต่างๆมาใส่เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและนอกจากนี้เมื่อมีข้อมูลผิดพลาดก็สามรถแก้ไขได้ง่ายและรวดเร็ว

7.การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบใน Microsoft PowerPoint สามารถทำได้อย่างไร

ตอบ สามารถออกแบบงานนำเสนอด้วยแม่แบบ เพื่อให้งานนำเสนอน่าสนใจ โดยการคลิกขวาบนพื้นที่ว่างแล้วเลือกออกแบบภาพนิ่ง จากนั้นเลือกใช้แม่แบบการออกแบบที่แถบเครื่องมือ

8.การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft PowerPoint สามารถตั้งค่าได้ที่ใด

ตอบ คลิกเลือกกล่อง ข้อความหรือวัตถุนั้นๆ แล้วคลิกขวาเลือกการเคลื่อนไหวแบบกำหนดเอง แถบเครื่องมือจะเปลี่ยนเป็นการเคลื่อนไหวแบบกำหนดเอง ให้เลือกคลิกที่เพิ่มลักษณะพิเศษ ตั้งค่าความเคลื่อนไหวที่ต้องการ ทดลองแสดงการเคลื่อนไหวด้วยการคลิกไอคอนเล่น

9.ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช่สำหรับนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรือตัวอักษรมาอย่างน้อย 3 โปรแกรม

ตอบ Microsoft PowerPoint, Microsoft Word, Microsoft Excel

10.ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft PowerPoint จะสามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูลได้หรือไม่ อย่างไร

ตอบ  ได้ โดยสามารถทำได้โดยการนำเสนอในรูปแบบอื่นที่ไม่ไช่ตัวอักษร เช่น รูป เสียง วีดีโอ หรือโดยการใช้โปรแกรมอื่นร่วม 

11.เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft PowerPoint หรือไม่ อย่างไร

ตอบ ไม่จำเป็น เพราะนำเสนอผ่านมัลติมีเดียอื่น ๆได้ เช่น จอมอเตอร์ หรือสื่อแสดงภาพใดๆก็ได้ 

12. Microsoft PowerPoint สามารถแทรกรูป ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร

ตอบ  ได้  โดยการ

1.คลิกเลือก"แทรก"ที่เมนูด้านบน    

2.เลือกรูปภาพ/เสียง    

3.แล้วเลือกรูปภาพตัดปะ หรือ รูปภาพจากแฟ้ม/เสียง    

4.เมื่อเลือกรูปภาพ/เสียงที่ต้องการได้แล้ว เลือก แทรก เสร็จสิ้นการแทรกรูปภาพและเสียง

13.การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษรอย่างไร

ตอบ การ นำเสนอแบบเป็นแผนภาพ แผนภูมิจะทำให้ ผู้ที่ได้รับ สื่อมีความเข้าใจในข้อมูลที่ผูนำเสนอต้องการนำเสนอได้มากขึ้น เพราะ มีความชัดเจนของข้องมูลมากกว่า 

14.การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft PowerPoint สำหรับผู้รับข้อมูล 20 คนพร้อมกันจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใดบ้าง

ตอบ  -ซอฟต์แวร์ คือ โปรแกรม Microsoft PowerPoint  -ฮาร์ดแวร์ คือ คอมพิวเตอร์ ลำโพง จอฉาย

15.ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษร รูปภาพหรือภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน

ตอบ โปรเจกเตอร์ คอมพิวเตอร์ เป็นต้น

 

ภาษาCobol

posted on 10 Jul 2011 14:22 by boborizz

ความรู้เบื่องต้นเกี่ยวกับภาษา COBOL

ภาษาโคบอล จัดเป็นภาษาระดับสูง(High - Level Language) ซึ่งคำว่า COBOL ย่อมาจากคำว่า
"Common Business Oriented Language" ซึ่งภาษาโคบอล เป็นภาษาที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อ
ใช้งานด้านการประมวลผลในทางธุรกิจโดยเฉพาะ เป็นภาษาที่มีความใกล้เคียงกับภาษา
อังกฤษมากที่สุด ซึ่ง Source Program สามารถในไปใช้เป็นเอกสารประกอบโปรแกรมได้
เพราะมีความละเอียดพอที่จะอ่านโปรแกรมได้อย่างเข้าใจ ภาษาโคบอลเป็นภาษาที่ไมเหมาะ
สำหรับผู้ที่เริ่มศึกษาคอมพิวเตอร์ศาสตร์ เนื่องจากเป็นภาษาที่ค่อนข้างจะยาก และมี
กฏเกณฑ์ต่าง ๆที่ยุงยากอยู่มิใช้น้อย ผู้ที่ต้องการจะศึกษาการเขียนโปรแกรมภาษาโคบอล
ควรจะมีความรู้ในเรื่องของการประมวลผลข้อมูลเป็นอย่างดี และจะต้องศึกษาหรือมีความ
รู้พื้นฐานทางด้านคอมพิวเตอร์ศาสตร์อยู่มากพอสมควร
 
           ภาษาโคบอลได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1959 โดยได้มีการร่วมมือกันจัดตั้งคณะ
กรรมการขึ้นชุดหนึ่งให้ชื่อว่า CODASYL : Conference On DAta SYstems Languages
ซึ่งมีทั้งภาครัฐบาล และภาคเอกชนกลุ่มผู้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคนั้น ซึ่งได้ร่วมมือกัน
พัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถนำมาใช้กัน และให้เหมาะสมกับการประมวลผลข้อมูลทางด้านธุรกิจ
ซึ่งได้ทำงานสรุปเป็นผลสำเร็จในปี ค.ศ. 1960 และให้ชื่อภาษาที่ได้สร้างขึ้นใหม่นี้ว่า
"COBOL-60" และต่อมาภายหลังก็ได้มีการปรับปรุงแก้ไขพัฒนาภาษาโคบอลให้ทันต่อ
ยุคต่อเหตุการณ์ ซึ่งมีการแก้ไขปรับปรุงขึ้นในปี ค.ศ. 1961 ซึ่งเรียกว่า "COBOL-61"
ต่อมาได้มีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นอีกเล็กน้อย ในปี ค.ศ. 1963 และต่อมาในปี
ค.ศ. 1965 และต่อมาในปี ค.ศ. 1968 ภาษาโคบอลได้ถูกยกระดับไห้เป็นภาษามาตราฐาน
โดยสถาบัน The American National Standards Institute : ANSI โดยกำหนดภาษา
โคบอลที่มีใช้กันอยู่ในขณะนั้นให้เป็นมาตราฐานเป็นอย่างเดียวกัน โดยแยกออกเป็นหลายระดับ
และให้ยึดถือ COBOL-65 เป็นหลัก การใช้ภาษาโคบอลได้รับความนิยมแพร่หลายขึ้นในปี
ค.ศ. 1970 เนื่องจากภาษาโคบอลได้มีการกำหนดความเป็นมาตราฐานขึ้น และได้มีการพัฒนา
ภาษาไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาตัว Compiler ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
 

ในการเขียนโปรแกรมภาษาโคบอลเราจะแบ่งออกเป็นส่วน ๆ ดังนี้

  • ส่วนประกอบของโปรแกรม ภาษาโคบอล
  • สัญลักษณ์ ที่ใช้ในภาษาโคบอล
  • ประเภทของคำ
  • ตัวแปร และ ค่าคงที่
  • แบบฟอร์ม สำหรับการเขียนโปรแกรม COBOL (COBOL CODING FORM)
  • การใช้เครื่องหมายวรรคตอน
IDENTIFICATION DIVISION
  • ชื่อโปรแกรม
  • ชื่อผู้เขียนโปรแกรม
  • วันที่เขียนโปรแกรม
ENVIRONMENT DIVISION
  • รายละเอียดของตัวเครื่อง(CONFIGURATION SECTION)
  • รายละเอียดสิ่งที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล(INPUT/OUTPUT SECTION)
DATA DIVISION
  • รายละเอียดของแฟ้มข้อมูล(FILE SECTION)
  • รายละเอียดของข้อมูลอื่น ๆ(WORKING-STORAGE SECTION)
  • รายละเอียดของข้อมูลที่รับมาจากโปรแกรมอื่น ๆ(LINKAGE SECTION)
  • รายละเอียดของข้อมูลที่ให้แสดงบนจอภาพ
PROCEDURE DIVISION
  • PARAGRAPH 1
  • PARAGRAPH 2
  • PARAGRAPH 3-------[STATEMENT I;I' = 1(N)1

           ไดอะแกรมแสดง โครงสร้างโปรแกรมภาษาโคบอล จากไดอะแกรม ที่แสดงโครงสร้างของโปรแกรมภาษาโคบอลจะเห็นว่า ได้แบ่งตัวโปรแกรมออกเป็น 4 ส่วน ในแต่ละส่วนเราเรียกว่า Division
ในแต่ละ Division มีชื่อดังต่อไปนี้

  • IDENTIFICATION DIVISION.
  • ENVIRONMENT DIVISION.
  • DATA DIVISION.
  • PROCEDURE DIVISION.
  • 

IDENTIFICATION DIVISION เป็น Division หรือส่วนที่ใช้ในการแสดงรายละเอียดของตัวโปรแกรม ชื่อของผู้เขียนโปรแกรม วันที่เริ่มเขียนโปรแกรม วันที่แปลโปรแกรม(Compiler) และที่สำคัญบอกว่าโปรแกรมนี้ชื่ออะไร

ENVIRONMENT DIVISION เป็น Division หรือส่วนที่ใช้ในการแสดงรายละเอียดของตัวโปรแกรมเกี่ยวกับตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม หรือสั่งให้โปรแกรมทำงาน และบอกให้ทราบชนิดของ Input/Output Devision ที่จะนำมาใช้กับโปรแกรมนี้

DATA DIVISION เป็น Division หรือส่วนที่ใช้ในการแสดงรายละเอียดลักษณะของข้อมูลทุก ๆ ตัวที่นำมาเกี่ยวข้องกันกับโปรแกรมนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่เป็ฯ Input หรือ Output หรือผลลัพธ์ที่เกิดจากการประมวลผล หรือผลลัพธ์จากการทำงานของโปรแกรมนี้ โดยจะแสดงโครงสร้างของข้อมูลอย่างละเอียด

PROCEDURE DIVISION เป็น Division หรือส่วนที่ใช้ลำดับขั้นตอนของการทำงาน หรือของการประมวลผลข้อมูลโดยโปรแกรมชุดนี้ และใน Division นี้เราจะเขียนขึ้นตามผังโปรแกรมที่เราได้เขียนขึ้นในขั้นตอนแรกก่อนลงมือเขียนโปรแกรมนี้ ภายใน Division นี้จะแตกต่างไปจาก 3 Division แรกที่ได้กล่าวมา โดยจะมีการคำนาณ หรือมีคำสั่งต่าง ๆ ที่สั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงาน เพื่อให้ได้ผลลัทธ์ออกมาตามที่เราต้องการ

นอกจากภาษาโคบอลได้ถูกจัดแบ่งออกเป็นส่วนใหญ่ ๆ (Division) แล้ว ภายในแต่ละ Division ยังถูกแบ่งออกเป็น Section ย่อย ๆ ได้อีก เช่น ภายใน Environment Division จะต้องมีอย่างน้อย 2 Section คือ Configuration Section และ Input-Output Section และภายใน Data Division จะมี File Section และ Working-Storage Section ส่วนภายใน Procedure Division จะมี Section เท่าไหร่ก็ได้ หรือภายในส่วนของ Identification Division ไม่มี Section อยู่เลย

นอกจากนี้ภายในแต่ละ Section จะมี Paragraph แตกย่อยลงไปอีก ซึ่ง Paragraph เป็นส่วนประกอบภายใน Section ในทุก Section และภายใน Section จะต้องมี Paragraph อย่างน้อย 1 Paragraph แต่ถ้าหากว่าภายใน Division ใดไม่ได้แบ่งส่วนประกอบออกเป็น Section ให้ถือว่า Paragraph นั้นเป็นส่วนประกอบโดยตรงของภายใน Division นั้น

Sentence เป็นรูปของประโยคภายในของถาษาโคบอล ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับประโยคภายในภาษาอังกฤษ ซึ่งภายในประโยค หรือ Sentence นี้ต้องมีคำกริยา (verb) อย่างน้อย 1 คำ Sentence ภายในภาษาโคบอลนั้นจะต้องจบลงด้วย"."(Period)

Statement คือกลุ่มของตัวเลข กลุ่มของตัวอักษร และรวมถึงสัญลักษณ์พิเศษต่าง ๆ ซึ่งนำมาประกอบกันให้ได้ความหมายเป็นคำสั่งตามรูปแบบเงื่อนไขที่ภาษากำหนดขึ้นให้ใช้(Reserved Words) โดยอาจจะมีการผสมอักระกันเป็น 1 Statement แล้วนำมาผูกกันเป็นกลุ่มของคำสั่ง เพื่อสั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ

Clause คือกลุ่มของ Characters (อักขระ) และ Words เพื่อใช้สำหรับอธิบายถึง Entry ภายในโปรแกรมนั้น ๆ

Word คือกลุ่มของ Characters ซึ่งจะต้องมีอย่างน้อย 1 ตัวอักขระขึ้นไป ซึ่งโครงสร้างของ Word ได้อธิบายไว้แล้วข้างต้น

Character ตัวอักขระ เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดในโปรแกรมภาษาทางคอมพิวเตอร์ ดูรายละเอียดภายในหัวข้อเรื่อง สัญลักษณ์ในภาษา COBOL

  Character (อักขระ) หมายถึง ตัวเลขและเครื่องหมายต่าง ๆ ที่เครื่องคอมพิวเตอร์รับได้ในรูปของ ASCII CODE หรือ เลขฐาน 16 (แล้วแต่ระบบการเก็บข้อมูล ภายในหน่วยความจำของแต่ละเครื่องฯ) ซึ่งใช้ประกอบขึ้นเป็นคำ (Word) ในการเขียนเป็นภาษาโปรแกรม ซึ่งประกอบด้วย
     
        ชุดอักษร(Alphabetic) "A...Z"
  • ชุดตัวเลข(Numeric) "0..9"
  • ชุดสัญลักษณ์พิเศษ(Special Character){+ - * / . ** $ * > < = ( ) " ' ; _ }
2.1 ชุดอักษร(Alphabetic) "A...Z" ใช้ในการสร้าง (Word) เพื่อตั้งชื่อให้กับตัวแปร(Variable Name Identifier) และตั้งชื่อให้กับแฟ้มข้อมูล (Identification ,Program Name, Program ID) ในโปรแกรมภาษาโคบอล โดยจะตั้งชื่อให้ซ้ำกับ Reserved Words ไม่ได้ และจะตั้งชื่อตัวแปรเกิน 30 ตัวอักษรไม่ได้ และ ตั้งชื่อของแฟ้มข้อมูลทุกประเภทที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมภาษาโคบอล เกิน 8 ตัวอักษรไม่ได้ และในการติดตั้งชื่อแฟ้มข้อมูล หรือตั้งชื่อให้กับตัวแปร อาจจะมีตัวอักขระปะปนตัวเลขก็ได้ แต่จะใช้ตัวอักขระพิเศษมาผสมด้วยไม่ได้ จะอนุโลมให้ใช้ "_"(Hyphen) ได้เฉพาะในภาษาโคบอลเพียงเท่านั้น และในการตั้งชื่อให้กับตัวแปร หรือ ชื่อแฟ้มข้อมูลจะขึ้นต้น หรือนำหน้าด้วยตัวเลข หรือ Hyphen ไม่ได้
2.2 ชุดตัวเลข (Numeric)"0..9" ใช้ในการกำหนดค่าให้กับตัวแปร เพื่อนำไปทำการคำนวณหาค่าต่าง ๆ ที่เป็นผลลัพธ์ตามที่เราต้องการ หรือ อาจจะใช้ผสมกับกลุ่มตัวอักษรให้กับตัวแปร หรือใช้ตั้งชื่อแฟ้มข้อมูล
2.3 ชุดสัญลักษณ์พิเศษ (Special Character) ชุดสัญลักษณ์พิเศษ เราสามารถแบ่งออกได้ตามหน้าที่ดังนี้
ใช้ในการคำนวณ เราเรียกว่า Arithmetic Operator
+(บวก) / (หาร)
-(ลบ) ** (ยกกำลัง)
* (คูณ) ( ) (เครื่องหมายวงเล็บ)
ใช้ในการเปรียบเทียบ ในเชิงคณิตศาสตร์ Relation operator
> มากกว่า or IS GREATER THAN
< น้อยกว่า or IS LESS THAN
= เท่ากับ or IS EQUAL
ใช้ในการกำกับ การเว้นวรรคตอน Punctuation Operator

{ - , . " : ; () }

ใช้ในการกำหนดรูปแบบของการพิมพ์ (Print Format)
B (Blank Or Space) V V (Period for format Decimal)
Z ,
$ B
+ CR
- DB
0 .
* Space
 

           คำ เกิอขึ้นจากการผสมระหว่างตัวอักษร กับตัวเลข หรือจะเป็นตัวอักษรล้วน ๆ ก็ได้ ซึ่งจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขหรือกฎเกณฑ์ของภาษานั้น ๆ ดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ซึ่งแบ่งออกเป็นประเภท ใหญ่ ๆ ดังนี้

  • 3.1 คำสงวน (Reserved Word) คำสงวนไว้ใช้ในกรณี ๆ ไปโดยเฉพาะ ไม่สามารถนำคำสงวนไปใช้ในหน้าที่อื่น ๆ ที่ไม่ใช่หรือ ไม่ได้กำหนดไว้ โดยคำสงวนจะมีความหมายในตัวของมันเอง ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภท
    • Key word คือคำที่เราต้องเขียนเสมอ หรือ เป็นคำที่ตัว Compiler Cobol รู้จัก ได้แก่ Read , Into, End
    • Option Word จะใช้ หรือ ไม่ใช้ก็ได้ เขียนแทนด้วยตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ แต่ไม่มีขีดเส้นใต้กำกับไว้ มีไว้เพื่อขยายประโยคให้สมบูรณ์ เช่น Record, At
    • Connective Word เพื่อขยายใจความประโยคหรือเชื่อมโยงคำ เช่น Of ,In
  • 3.2 คำที่ไม่ใช่คำสงวน หมายถึงคำอื่น ๆ ซึ่งผู้เขียนโปรแกรม ตั้งชื่อขึ้นเองตามกฏเกณฑ์การตั้งชื่อ ในภาษาโคบอลห้ามตั้งชื่อตรงกับคำสงวนหรือซ้ำคำสงวน
    • Data Name ใช้อ้างอิงถึงข้อมูล หรือตัวแปรc9j4k8mujgg]h;py'w,jwfhf^g]p
    • Condition Name ชื่อข้อมูลที่ใช้ในการสร้างเงื่อนไขขึ้นเพื่อเลือกตัดสินใจในการทำงาน และเพื่อทดสอบโปรแกรม
    • Paragraph Name หมายถึง ชื่อหัวข้อของชุดคำสั่งที่ปรากฏอยู่ในส่วนต่าง ๆของโปรแกรม
  • 3.3 Special Name ชื่อพิเศษต้องอยู่ในพารากราฟทึ่ชื่อ Special Names ซึ่งอยู่ภายใน Environment Division ซึ่งผู้เขียนโปรแกรมจะเป็นผู้ตั้งขึ้นเองเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการเขียนโปรแกรมให้สั้น และรัดกุม แต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • 4.1 ตัวแปร หมายถึง ข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงค่อยู่ตลอดเวลาในโปรแกรม
    • ตัวแปรชนิดตัวเลข (Numeric variable) ประกอบไปด้วยตัวเลข 0 - 9 สามารถนำไปคำนวณได้
    • ตัวแปรชนิดอักขระ (Alphabetic variable) ประกอบไปด้วยตัวอักษร A..Z และ Blank Or Space และ Hyphen (-)
    • ตัวแปรชนิดที่เป็นทั้งตัวเลขและตัวอักขระ (Alphabumeric variable)ได้แก่ตัวเลข ตัวอักษร สัญลักษณ์พิเศษ
  • 4.2 ค่าคงที่ (Literal)ค่าคงที่เป็นตัวเลข(Numeric Literal) ประกอบด้วยตัวเลข 0-9
  • 

           ในการเขียนโปรแกรมด้วยภาษาใด ๆ ก็ตาม จำเป็นต้องเขียนลงในกระดาษ ตามแบบฟอร์มซึ่งแต่ละภาษากำหนดเอาไว้ ภาษาโคบอล ก็เช่นกัน เราต้องเขียนโปรแกรมลงในกระดาษสำหรับเขียนโปรแกรมโดยเฉพาะ กระดาษพิเศษที่ใช้เขียนโปรแกรมภาษาโคบอลนี้เรียกว่า Cobol Coding Form รูปแบบนี้ เหมือนรูปแบบมาตราฐานของบัตร 80 คอลัมน์ คือ ในกระดาษหนึ่งบรรทัดแบ่งออกเป็น 80 คอลัมน์ เช่นเดียวกันและกระดาษเขียนโปรแกรมหนึ่งแผ่น จะมีประมาณ 20 บรรทัด อย่างไรก็ตามทุกวันนี้เรามักจะส่งโปรแกรมเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ทางจอภาพมากกว่า รายละเอียดของหัวกระดาษตอนบน

  • System ให้ใส่รายละเอียดของระบบที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม หรือ รายละเอียดของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ หรืออาจจะเป็นชื่อระบบก็ได้
  • Program ให้ใส่ชื่อโปรแกรม หรืออาจจะเป็นชื่อของโปรแกรมย่อยก็ได้
  • Programmer ใส่ชื่อโปรแกรมเมอร์หรือชื่อของผู้เขียนโปรแกรม
  • Date ใส่วัน เดือน ปี ที่เขียนโปรแกรม
  • Page of ให้ใส่ตัวเลขบอกจำนวนหน้า จำนวนตัวเลขหลัง OF หมายถึงจำนวน Coding Sheet ทั้งหมดที่ใช้เขียนโปรแกรมนี้ และตัวเลขหลัง Page หมายถึง เลขบอกหน้าของ Coding Sheet
  • 
การใช้เครื่องหมายวรรคตอน(Punctuation)

จุดประสงค์ ของการใช้เครื่องหมายวรรคตอนเพื่อบอกให้ Compiler ทราบว่าจบประโยคเมื่อไหร่ จบคำเมื่อไหร่ และช่วยในการอ่านโปรแกรมได้ง่ายขึ้น


edit @ 11 Jul 2011 19:28:58 by BOBORIZZ